Tips พฤติกรรมที่ควรเปลี่ยน..เพื่อรักษา โรค“กรดไหลย้อน”

“กรดไหลย้อน” หลายท่านเมื่อได้ยินชื่อโรคนี้แล้ว คงรู้สึกว่าอาการไม่ร้ายแรงเป็นเพียงความรำคาญของอาการที่เกิดขึ้นบางครั้งบางคราว แต่รู้หรือไม่ว่า อาการกรดไหลย้อนสามารถเพิ่มความรุนแรง ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่ปกติ จนถึงการจำเป็นต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งเลยก็เป็นได้

อาการเบื้องต้นที่หลายท่านอาจทราบ เช่น แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว กลืนลำบาก มีเสมหะ หรือไอบ่อย ๆ บางครั้งจนคลื่นไส้ และอาเจียน วันนี้น้อง K Kare จะมาบอก Tips พฤติกรรมที่ควรเปลี่ยน…เพื่อรักษา โรค“กรดไหลย้อน” กันค่า

1. นิสัยส่วนตัว

  • ลดความเครียด และงดการสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่คับ หรือรัดแน่น โดยเฉพาะบริเวณรอบเอว
  • ถ้ามีอาการท้องผูก ควรรักษาและหลีกเลี่ยงการเบ่ง

2. ลดน้ำหนัก

  • โดยส่วนใหญ่แล้ว กรดไหลย้อย มาเกิดขึ้นกับคนที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน หากรู้ตัวว่าตัวเองมีน้ำหนักมากเกินไป การลดน้ำหนักก็จะช่วยให้อาการของกรดไหลย้อนดีขึ้นได้

3. นิสัยในการรับประทานอาหาร

  • รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยการทอด, อาหารมัน, อาหารย่อยยาก, พืชผักบางชนิด เช่น หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ และอาหารฟาสต์ฟู้ด
  • หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม peppermints เนย ไข่ นมหรืออาหารที่มีรสจัด เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด หวานจัด  กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารปริมาณพอดีในแต่ละมื้อ ไม่ควรรับประทานอาหารจนอิ่มแน่นท้องมาก

4. นั่ง/ยืนตรง ๆ หลังกินอาหารเสร็จ

  • หลังรับประทานอาหาร ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย, การยกของหนัก, การเอี้ยวหรือก้มตัวในทันที จะช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารอยู่ในส่วนที่มันควรจะเป็น ไม่ไหลย้อนขึ้นมาที่กลางอกให้เรารู้สึกแสบ และควรรับประทานอาหารให้เสร็จก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมงด้วย (รวมถึงการห้ามเอนตัวลงนอนเพื่องีบหลังอาหารกลางวันด้วย)

5. อย่าเคลื่อนไหวร่างกายเร็วเกินไป

  • ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หลังรับประทานอาหารภายใน 2-3 ชั่วโมง สามารถลุกขึ้นเดินเล่นเบา ๆ หลังมื้ออาหารได้ แต่ไม่ควรออกท่าออกทางออกกำลังกายมากเกินไป โดยเฉพาะการวิ่งหนัก ๆ การก้ม ๆ เงย ๆ เต้นแอโรบิก หรือทำกาบบริหารต่าง ๆ หลังกินข้าวใหม่ ๆ เป็นต้น

6. นิสัยการนอน

  • ควรนอนหลับในท่าหลังพิงหัวเตียง ให้หัวสูงกว่าเท้า 6-8 นิ้ว อย่าลืมเอาหมอนหนุนสะโพก หลังไปจนถึงคอให้นอนได้สบายด้วย ควรเลือกหมอนทรงสามเหลี่ยมที่ช่วยหนุนหลังดีกว่าการเอาหมอนมาวางทับ ๆ กันแล้วนอน เพราะจะไม่ได้มุมที่นอนแล้วสบาย และยังอาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยหลังได้อีกด้วยหากใช้หมอนที่ไม่พอดีหนุน 
Kool Komfort Wave (หมอนบรรเทาอาการกรดไหลย้อน)

การเลือกหมอน ที่ดีไซน์สำหรับช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนมาโดยเฉพาะ ก็ถือว่าจะตอบโจทย์มากๆค่ะ เพราะถ้าเราเอาหมอนมาทับๆกันให้สูง เพื่อช่วยอาการกรดไหลย้อน แต่สรีระท่านอนของเรามันผิดแปลก อาจจะทำให้ตื่นมาปวดตัว ปวดคอหนักกว่าเดิมอีกค่ะ

KOMFY ได้คิดค้นดีไซน์ หมอนรุ่น Kool Komfort Wave จากประสบการณ์จริง และการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ​เพื่อให้การนอนของผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อน หลับสนิทตลอดทั้งคืน

นวัตกรรม K2 Kool 

นวัตกรรม K2 Kool ผ้าหุ้มที่มีเส้นใยละเอียดสูงผสมกับเส้นใยพิเศษท่ีช่วยเน้นการระบาย อากาศให้ไหลเวียนได้ดีย่ิงขึ้นด้วยโครงสร้างของผ้าร่วมกับเทคนิคกระบวนการทอพิเศษ จึงได้ลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยรักษาอุณหภูมิของหมอนให้เท่ากับอุณหภูมิของสภาพ แวดล้อม และช่วยถ่ายเทความร้อนจากร่างกาย มอบสัมผัสที่เนียนนุ่มเย็นสบาย 

ผ้าตาข่าย Air Kool 

ผ้าตาข่ายลักษณะพิเศษ Air Kool ช่วยไล่ความร้อนและความชื้นได้ดีเยี่ยมลดความอับชื้น ต้นเหตุของการสะสมแบคทีเรีย 

เส้นใย Komfy Downy 

เส้นใย Komfy Downy เป็นการผสมผสานเส้นใยสังเคราะห์ ที่มีขนาดเล็กละเอียดพิเศษ และเส้นใยหลายขนาด (Exclusive Fiber Mix) ไม่จับตัวเป็นก้อน ทําาให้หมอนของ Komfy มีสัมผัสที่นุ่มสบายพิเศษและยังช่วยในการโอบรับศีรษะและความเว้าโค้งของต้นคอได้ถูก ต้องตามสรีระ มีคุณสมบัติพิเศษในการคืนตัวของรูปทรง ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ด้วยการ ปูใยซึ่งเป็นกรรมวิธีแบบฉบับของ Komfy ที่เราต้องนวดใยกับหมอนทุกใบ เพื่อมอบความ นุ่มแน่นที่แตกต่างกันแต่ละจุด ที่สุดของความสบายที่คุณสัมผัสได้

ขอขอบคุณ ข้อมูล :Harvard Health Publishing และ Phyathai.com

กอดหมอนข้าง(อย่างถูกวิธี) ดีอย่างไร ?

ทุกคนรู้ไหมคะ.. การกอดหมอนข้างดีกว่าคิด หมอนข้างที่เรากอดกันทุกวันไม่ได้ให้เฉพาะความสบายนะคะ แต่ยังให้ข้อดีมากมายจนทำให้ประหลาดใจเลยค่า วันนี้ น้อง K Kare จะมาเล่าถึงข้อดีต่างๆ ว่าทำไมเราถึงควรกอดหมอนข้าง(อย่างถูกวิธี)กันค่า

1. ทำให้หลับสนิทมากขึ้นไม่สะดุ้งตื่นง่าย

คนที่นอนหลับไม่ค่อยสนิท ตื่นง่าย มักจะสะดุ้งตื่นกลางดึก ให้ลองกอดหมอนข้าง จะช่วยรองรับกับสรีระได้พอดี ทำให้นอนได้ถูกต้องตามสรีระศาสตร์ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตัว และเวลาที่เรากอดหมอนข้างยังช่วยทำให้หลับสนิทขึ้น และรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยขึ้นอีกด้วย

2. ทำให้ระบบการหมุนเวียนเลือดทำงานได้ดีเต็มที่

โดยให้พักแขนและเข่าด้านบนเวลานอนตะแคง เพราะว่าจะช่วยยกและประคองร่างกายส่วนต่าง ๆ แขน ขา เข่า เท้า จึงช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดนั้นทำงานได้ดี และขอแนะนำให้นอนตะแคงด้านขวานะคะ เพราะการนอนตะแคงฝั่งซ้าย จะกดทับหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนักกว่าปกติ

3. หมอนข้างช่วยบรรเทาความเมื่อยล้า

เป็นประโยชน์มาก ๆ เวลาเรารู้สึกเมื่อยล้า ปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เราสามารถใช้หมอนข้างมาหนุนรองรับส่วนนั้นๆได้เพื่อช่วยให้ลดการปวดเมื่อยลง นอกจากใช้เป็นหมอนข้างแล้ว ยังสามารถใช้เป็นหมอนรองขาหรือรองใต้เข่าก็ได้เหมือนกัน โดยนอกจากจะช่วยให้สันหลังตรงขึ้นในท่านอนหงายแล้ว ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้อีกด้วยค่า

4. ลดการปวดเข่าและสะโพก

หากใช้หมอนข้างที่รองรับในท่านอนตะแคงที่เหมาะสม หัวเข่าของเราจะต้องอยู่บนหมอนข้าง ไม่บิด หรือดึงหลังช่วงล่างของเราให้ไขว่กับร่างกาย ในท่านี้ช่วยลดอาการปวดหัวเข่าและช่วยให้เอวไม่บิดไม่ปวดหลังค่า

5. ช่วยลดอาการปวดหลังและนอนกรน

ลดอาการนอนกรนด้วยท่านอนตะแคง แต่ในระหว่างที่เราหลับเรามักเผลอพลิกตัวมานอนหงายโดยไม่รู้ตัวใช่ไหมคะ แก้ปัญหาง่ายๆโดยการใช้หมอนข้างดันหลังเอาไว้ จะช่วยให้ตัวล็อคอยู่ในท่านอนตะแคงลดอาการนอนกรนได้ค่า อีกทั้งหากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลังและไม่สามารถนอนท่านอนหงายได้ การดันหลังก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ค่ะ

น้อง K Kare กระซิบบอกเลยว่า หมอนข้างทั่วไปกลมๆกลิ้งๆก็ไม่รองรับสรีระเท่ากับหมอนข้างที่มีดีไซน์โค้งรับท่านอนตะแคงเหมือนหมอนข้างทรงตัว J ของKOMFY เค้านะคะ

หมอนข้าง Kool Komfort Hug ที่เค้าได้รับรางวัล จาก Demark Award ในเรื่องของดีไซน์ที่ตอบโจทย์แล้ว บอกเลยว่าฟีลลิ่งตอนนอนคือสบายมากๆค่า เพราะตัวหมอนข้างเค้าโค้งรองรับหัวเข่า ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและถูกต้องตามสรีระศาสตร์ได้อย่างทันทีค่า

ทรมานกับกรดไหลย้อน ทำไงดี ?

สาเหตุคืออะไรน้า ?

  • ความผิดปกติของส่วนปลายหลอดอาหารที่ทำหน้าที่ป้องกันกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมีความดันของหูรูดต่ำหรือเปิดบ่อยกว่าในคนปกติ
  • ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้อาหารที่รับประทานลงช้าหรืออาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ
อาการของโรค..
  • อาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก
  • ผู้ป่วยมักมีอาการเรอและมีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก
  • ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียนหลังรับประทานอาหาร
  • เจ็บหน้าอก จุกคล้ายมีอะไรติดหรือขวางอยู่บริเวณคอ
  • หืดหอบ ไอแห้งๆ เสียงแหบ เจ็บคอ อาการเหล่านี้เกิดจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณกล่องเสียง ทำให้เกิดกล่องเสียงอักเสบ

เป็นกรดไหลย้อน ต้องนอนท่าไหนนะ ?

  • หากเรานอนราบหัวต่ำ หลังจากรับประทานอาหารภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ก็จะเพิ่มโอกาสการเกิดกรดไหลย้อน เพราะอาหารและกรดจะยังค้างอยู่ที่กระเพาะอาหาร ซึ่งสามารถไหลย้อนกลับมาที่บริเวณหลอดอาหารได้
  • ถุงเก็บอาหารในกระเพาะจะอยู่ทางด้านซ้าย เมื่อเรานอนตะแคงซ้าย ถุงจะย้อยลงรูเปิดหลอดอาหารที่ลงไปยังกระเพาะจะอยู่เหนือระดับกรดและอาหารที่อยู่ในกระเพาะ ฉะนั้นกรดจึงจะไม่ไหลย้อนขึ้นมา
  • แต่เมื่อใดก็ตามที่เรานอนตะแคงขวา รูเปิดหลอดอาหารจะอยู่ต่ำกว่าระดับของกรดและอาหารในกระเพาะ ทำให้สามารถย้อนกลับมาได้
  • ควรจะนอนหัวสูง เพราะถ้านอนหัวต่ำ กรดก็จะไหลย้อนขึ้นมามากขึ้น

ตัวช่วยที่ Komfy แนะนำ..

ถึงจะเป็นกรดไหลย้อนแต่สามารถหลับได้ดียิ่งขึ้น หากรู้จักวิธีรับมือและฝึกนอนท่านอนที่เหมาะสม

ตัวช่วยดีดีอย่างหมอน Kool Komfort Kalm (หมอนตัวU) ที่สามารถใช้ร่วมกับหมอนใบเดิม เพื่อยกศรีษะให้สูงขึ้น ด้วยดีไซน์ของตัวหมอนที่โอบเราไว้ไม่ให้ไหลระหว่างนอน หรือจะนอนท่านอนตะแคงซ้ายก็สามารถกอดหมอนข้างในตัวได้ อีกทั้งเพิ่มความสบายได้อีกระดับด้วยผ้าเย็น K2 Kool ไม่รู้สึกร้อนอึดอัดระหว่างคืน หมอนใบนี้จะช่วยบรรเทาอาการกดไหลย้อนได้อย่างตรงจุดเลยทีเดียว

วิธียืดอายุหมอนนอนหลับสบาย เพื่อการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ

หมอนนอนหลับสบายคงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนใช้เป็นเพื่อนคู่ใจในยามพักผ่อน แต่ก็เหมือนกับของชิ้นอื่นๆ ภายในบ้าน ที่ย่อมมีวันหมดอายุ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และเพื่อยืดอายุการใช้งานของหมอนให้เพิ่มประสิทธิภาพการนอนด้วยหมอนนอนหลับสบาย เราเลยขอแนะนำเคล็ดไม่ลับง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ มายืดอายุหมอนใบโปรดให้อยู่กับเราได้ยาวนานขึ้น!

 เคล็ดไม่ลับยืดอายุหมอนให้นานที่สุด

เพราะคนเราใช้เวลาบนที่นอนมากกว่า 1 ใน 3 ของชีวิตกันเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าเราจะซื้อที่นอนคุณภาพดีสมราคา หรือปลอกหมอนคุณภาพดีเพียงใด แต่หากรักษาไม่ถูกต้อง ก็อาจจะกลายเป็นแหล่งสะสมเพาะพันธ์เชื้อโรค และก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองของผิวหนัง และรักษารูปทรงของหมอนให้คงประสิทธิภาพสูงสุด เรามีข้อแนะนำ ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการหนุนหมอนโดยตรง แต่ควรใช้ปลอกหมอนด้วย

การใช้ปลอกหมอนจะช่วยยืดอายุของหมอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อเป็นสิ่งที่สัมผัสกับใบหน้าโดยตรง เราก็ควรเปลี่ยนปลอกหมอนอย่างต่ำทุกๆ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันปัญหาไรฝุ่น และเชื้อแบคทีเรียที่จะสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสิว และโรคภูมิแพ้ต่อไป

2. ทำความสะอาดหมอนทุกเดือน

เชื้อโรคจากหมอน รวมถึงเชื้อโรคจากที่นอน ไม่ใช่แค่ภัยร้ายที่แฝงตัวเป็นเพื่อนสนิทอยู่ทุกคืน แต่ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้นอนหลับไม่สนิทอีกด้วย รู้หรือไม่!? แม้ว่าจะซักปลอกหมอนแล้ว แต่เราก็ควรที่จะทำความสะอาดหมอนทุกเดือน โดยทั่วไปหลายๆ คนอาจจะนำหมอนตากแดด หรือซักด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 40-60 องศาเซลเซียสขึ้นไป สาเหตุที่ใช้น้ำร้อนก็เพราะประสิทธิภาพที่ฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่าน้ำเย็น โดยหมอนKomfyสามารถตากแดดอ่อนๆได้ แต่ไม่ควรซักในน้ำร้อน ซึ่งวิธีนี้ยังขจัดคราบที่ตกค้างได้ดีกว่าอีกด้วย แต่เนื่องจากหมอนมีหลายประเภท การทำความสะอาดก็ย่อมแตกต่างกัน

  • หมอนยางพาราไม่สามารถนำไปสัมผัสแสงอาทิตย์จัดๆ หรือเอาวางไว้ในบริเวณห้องที่แดดส่องถึง เพราเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำร้ายหมอน บั่นทอนประสิทธิภาพลง ซึ่งวิธีการทำความสะอาดควรที่จะซักด้วยมือ และด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อนๆ พร้อมขัดถูบริเวณคราบสกปรก หลังจากนั้นก็ซับให้แห้ง เพื่อเอาความชื้นส่วนเกินออก และนำไปตากลม ซึ่งข้อสำคัญก็คืออย่าให้ถูกแสงแดดโดยตรงโดยเด็ดขาด
  • หมอนเม็ดโฟม ไม่สามารถซักได้โดยเครื่องซักผ้า ทำได้แค่ถอดปลอกหมอนมาซัก โดยตัวโฟมสามารถทำความสะอาดได้โดยเครื่องดูดฝุ่น และใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดคราบต่างๆ และล้างออกด้วยน้ำเปล่า ก่อนจะซับเอาความชื้นออก และนำไปตากให้แห้ง
  • หมอนขนเป็ด สามารถซักได้โดยเครื่องซักผ้า แต่ควรเป็นเครื่องซักผ้าประเภทที่ไม่มีแกนกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียรูปทรงของหมอน และเมื่อซักแล้ว ควรอบแห้งอย่างต่ำ 5 ชั่วโมง
หมอนนอนหลับสบาย

3. เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน

บางคนอาจจะคิดว่าหมอนก็แค่สิ่งที่เอาไว้หนุนนอน แต่หมอนมีความสำคัญมากกว่านั้น หมอนที่ดี มีคุณภาพจะเป็นหมอนหลับสนิทสำหรับคุณ และเมื่อคุณลืมตาตื่นจะรู้สึกสดชื่น แต่หากคุณตื่นขึ้นมาแล้ว รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว อาจจะเป็นเพราะว่าหมอนของคุณหมดอายุการใช้งานและเสื่อมคุณภาพแล้ว ซึ่งปกติแล้วอายุเฉลี่ยของหมอนอยู่ที่ 3 ปี หากคุณรู้สึกนอนหลับไม่เต็มตื่นอาจเป็นเพราะเครื่องนอนเสื่อมสภาพจึงส่งผลต่อการนอนของคุณนั่นเอง

หมอนนอนหลับสบาย

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาที่คุณควรเปลี่ยนหมอนก็ควรเลือกหมอนที่ดีที่จะเป็นหมอนที่หลับสบายที่สุด ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นหมอนที่เลือกวัสดุดีๆ เฉกเช่นหมอนจาก Komfy ที่ใช้วัสดุระดับพรีเมียมทั้งเส้นใยฝ้ายพิเศษที่ผ่านกระบวนการทออย่างแน่นหนา แต่ยังถ่ายเทอากาศได้ดี แถมยังช่วยป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ต่างๆ และยังตอบโจทย์การนอนของคุณที่สุดเช่นกันด้วยประเภทของหมอนซึ่งแบ่งตามลักษณะการนอน เช่น หากชอบหนอนหงาย ก็ควรเลือกหมอน Komfy รุ่น Kool Kraft ออกแบบพิเศษเพื่อคนนอนหงายโดยเฉพาะไม่ส่งให้ศีรษะไปทางด้านหลัง หรือก้มมากเกินไป สามารถเลือกระดับหมอนให้นิ่มได้ และหากชอบนอนตะแคง หมอนนอนตะแคง Komfy รุ่น Kool Kreme ก็ตอบโจทย์ได้ดี ออกแบบมาเพื่อช่วยรองรับสรีระของร่างกายไม่ให้เกิดการกดทับที่ใบหู และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคตามมา ซึ่งการเลือกหมอนให้เหมาะสมกับการนอนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลต่อสุขภาพ และแก้ปัญหาปวดเมื่อยได้ตรงจุดที่สุด

เลือกหมอนลดความเมื่อยล้าอย่างไรแก้ปัญหาปวดเรื้อรังคนออฟฟิศ

หลายๆ คนคงนึกไม่ถึงว่าหมอนลดความเมื่อยล้าจะสามารถบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นโรคฮอตฮิตติดชาร์ตสำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศในพ.ศ.นี้ ด้วยปัจจัยจากพฤติกรรมในการทำงานในปัจจุบัน ทั้งการทำงานในพื้นที่จำกัด การนั่งผูกติดกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ด้วยท่าทางเดิมๆ หรือแม้กระทั่งการนั่งหลังค่อมโดยไม่รู้ตัว รวมไปถึงความเครียดจากการทำงาน ก่อให้เกิดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ โดยหมอนลดความเมื่อยล้าเข้ามามีบทบาทปรับท่านอนให้ถูกต้อง แก้ปัญหาที่จุดเริ่มต้นของปัญหา ก่อนจะเรื้อรังไปยังที่ทำงาน โดยที่หลาย ๆ คนคิดว่าแค่กินยาเดี๋ยวก็หาย หรือไปนวดเดี๋ยวก็หาย แต่ผลร้ายไม่ได้มีเพียงแค่อาการปวดดังกล่าวเท่านั้น แต่อาการดังกล่าวอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่างโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คืออะไร?

ออฟฟิศซินโดรม หรือ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังพืด (Myofascial Pain Syndrome : MPS) เป็นโรคปวดกล้ามเนื้อและอาการทางประสาทอัตโนมัติที่มีผลมาจากจุดปวดในกล้ามเนื้อและเยื่อผังพืด ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคและอาการต่างๆ ทั้งต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหาร ระบบนัยน์ตาและการมองเห็น รวมไปถึงระบบอื่นๆ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (myofascial pain syndrome), เอ็นรัดข้อมืออักเสบกดทับเส้นประสาท (carpal tunnel syndrome), อาการตึงของเส้นประสาท (nerve tension), กล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านนอกอักเสบ (tennis elbow), นิ้วล็อก (trigger finger), หรืออาการหลังยึดติดในท่าแอ่น (back dysfunction)

หมอนลดความเมื่อยล้า

อาการแบบไหนคือลักษณะของโรคยอดฮิตของมนุษย์ออฟฟิศ?

  • มีอาการปวดร้าวลึกๆ ของกล้ามเนื้อ ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อาจปวดตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะเวลาทำงาน
  • ความรุนแรงของการปวดเริ่มต้นตั้งแต่อาการเมื่อยล้า จนทำให้เกิดความรำคาญในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ไปจนถึงปวดทรมานจนไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้ ก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • บางรายอาจมีอาการชานิ้วมือ และชาบริเวณขาและเท้าร่วมด้วย
  • บางรายมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ไมเกรน อาการนอนไม่หลับ ผสมด้วย
  • ก่อให้เกิดความผิดปกติของโครงสร้างของร่างกาย เช่น กระดูกสันหลังคด ระดับไหล่สองข้างไม่เท่ากัน ขาสั้น ยาวไม่เท่ากัน ก่อให้เกิดภาวะการทำงานของกล้ามเนื้อไม่สมดุลกัน กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดของกล้ามเนื้อตามมา
หมอนลดความเมื่อยล้า

อาการแบบไหนที่ “ไม่ใช่” อาการของโรคมนุษย์ทำงานนี้?

 หลายๆ คนเมื่อมีอาการปวดหลัง ปวดเมื่อย รู้สึกตึงกล้ามเนื้อ ก็มักจะคิดไปแล้วว่าตัวเองต้องเป็นเจ้าโรคยอดฮิตของหนุ่มาวออฟฟิศแน่ ๆ แต่แท้จริงแล้วอาการปวดบางอย่าง ไม่ใช่อาการของโรคคนทำงานนี้ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจเป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแทน ซึ่งหากคุณมีอาการเช่นนี้ ต้องพิจารณาแล้วว่าอาจเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแทนก็เป็นได้!

  • มีอาการปวดหลังยาวนานมากกว่า 2-4 สัปดาห์ขึ้นไป
  • หากมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณเอว จะมีอาการปวดหลังร้าวลงขา อาจเป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่ง หรืออาจมีอาการทั้งสองข้าง หากปล่อยทิ้งไว้จนอาการหนักขึ้น กล้ามเนื้อขาจะอ่อนแรง ไม่สามารถควบคุมการเดินและการขับถ่ายได้
  • หากมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณต้นคอ จะมีอาการปวดคอร้าวลงแขน โดยอาจมีอาการแขนอ่อนแรง หรือชา จนอาจก่อให้เกิดการไม่สามารถควบคุมการใช้มือได้
  • เวลาไอ จาม หรือเบ่ง จะรู้สึกปวดลึก เนื่องมาจากสาเหตุการเกิดแรงดันในไขสันหลัง
หมอนลดความเมื่อยล้า

พฤติกรรมแบบไหนที่ควรเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงโรคของกลุ่มคนที่ทำงานในออฟฟิศรวมถึงโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?

  • ยืดเส้นยืดสายบ่อยๆ เนื่องมาจากสาเหตุที่อาการของโรคเหล่านี้เกิดจากการอยู่ในท่าเดิมนานๆ จึงควรพักร่างกายบ้าง อย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมง และขณะพักควรลุกขึ้นขยับร่างกาย ขยับแขน ขา พร้อมยืดเส้นยืดสาย เพื่อเป็นการพักร่างกาย ไม่ให้กล้ามเนื้อ หรือเส้นตึงเกินไป จนก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด
  • ป้องกันหรือแก้ออฟฟิศซินโดรมด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง รวมไปถึงความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยทำให้อาการเสี่ยงของการก่อให้เกิดโรคดังกล่าว รวมถึงโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทลดน้อยลง แต่ไม่ควรเลือกการออกกำลังกายที่เอ็กซ์ตรีมจนเกินไป เพราะการบิดตัวอย่างกระทันหันและรวดเร็ว มีส่วนทำให้หมอนรองกระดูกเกิดอาการเสื่อมเร็วมากขึ้น เสี่ยงก่อให้เป็นโรคหมอนรองกระดูกอักเสบเช่นกัน
  • ปรับลักษณะการนั่งและการนอนให้ถูกต้อง รวมไปถึงการปรับอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตให้เหมาะกับศีรษะ ยกตัวอย่างเช่น เก้าอี้ หรือการจัดวางคอมพิวเตอร์ ควรปรับองศาให้พอดี เพราะมีผลต่อท่านั่ง และส่งผลต่อการขยับตัวที่ต้องยกตัว เอนตัว หรือโน้มตัวจนเกินไป รวมไปถึงการนอน เช่นการนอนคว่ำ จะทำให้กระดูกสันหลังแอ่นมากผิดปกติ ก่อให้เกิดอาการปวดคอและปวดหลัง รวมไปถึงการนอนขดตัว ที่ทำให้กระดูกสันหลังบิดงอผิดรูป รวมไปถึงการนอนตะแคงที่กดทับอวัยวะบางส่วน นอกจากนี้การเลือกหมอนก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงหมอนสูง และไม่ควรใช้หมอนที่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อท่านอนที่ผิด และก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา
หมอนลดความเมื่อยล้า

หมอนดีๆ ตัวช่วยลดความเมื่อยล้า

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าในชีวิตของคนเรา มักจะใช้เวลาในการทำงานมากกว่าทำกิจกรรมอื่นๆ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆ คน จึงไม่แปลกที่หลายๆ คนจะหาตัวช่วยเพื่อมาป้องกัน รวมไปถึงบรรเทาอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง หรือหาอุปกรณ์มาเป็นตัวช่วยเพื่อปรับเปลี่ยนบุคลิก เพื่อหลีกเลี่ยงในการเป็นโรคร้าย ซึ่งอาจลุกลามไปยังโรคหมอนรองกระดูกอักเสบเช่นกัน

หมอนลดความเมื่อยล้า


อุปกรณ์ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ใช้ และได้ผลดี ที่เราขอแนะนำคงหนีไม่พ้น หมอน ที่ใช้ได้ในการทำงาน รวมไปถึงการนอน ซึ่งหมอนที่ควรใช้ในการทำงาน ควรเป็นหมอนที่ลดแรงกดทับอย่างมีประสิทธิภาพ


หมอนพิงหลัง Kool Komfort Kalm เป็นหมอนระบายอากาศดีสามารถใช้พิงหลังได้ที่ออกแบบมาเพื่อการรองรับตั้งแต่ช่วงแขนไปถึงการโอบหลัง โดยมีไอเดียในการผลิตเกิดมาจากการสร้างสรรค์ของคนชอบนั่งอ่านหนังสือจนปวดหลัง สู่การดีไซน์หมอนแบบใหม่ที่เป็นได้ทั้งหมอนนั่งพิงหลัง และมีที่พักแขนในตัว ช่วยลดปัญหาอาการปวดหลัง ปวดคอ จากการนั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ

หมอนลดความเมื่อยล้า


ไม่เพียงแต่จะเหมาะกับการนั่งทำกิจกรรมเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้กับการนอนพักผ่อน ที่จะช่วยทั้งจัดท่านอนและสรีระให้อยู่ในช่วงท่าที่ถูกต้อง และเป็นท่านอนแก้ปวดไหล่ โดยเฉพาะกับคนที่ชอบนอนตะแคงข้าง วางแขนแนบขนาดไปกับลำตัว หรือกับบางคนที่นอนตะแคงข้างกอดหมอนเพื่อให้รู้สึกเหมือนถูกกอด ถือว่าเป็นท่านอนที่ดีต่อสุขภาพและฮิตสำหรับใครหลายๆ คน เพราะท่านอนลักษณะนี้ช่วยรักษาแนวกระดูกสันหลัง และคอให้ตรงตลอดคืน ป้องกันอาการปวดเมื่อยคอและหลังได้ แถมยังช่วยลดอาการกรน ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน และผู้หญิงมีครรภ์อีกด้วย


ไม่ใช่เฉพาะพนักงานออฟฟิศที่เสี่ยงกับการเป็นโรคดังกล่าว แต่ยังรวมถึงคนธรรมดาทั่วๆ ไปที่ใช้งานร่างกายหนัก ด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น พนักงานขับรถ พนักงานยกของ พนักงานช่างต่างๆ ที่ต้องใช้งานกล้ามเนื้อ หรือทำงานในท่าเดิม ไม่ว่าจะนั่ง หรือยืน ติดต่อกันเป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมง และมีการก้ม เงย บิด อวัยวะทั้งหลัง หรือคอ เป็นเวลานาน ซึ่งหากเริ่มมีอาการปวดเมื่อยตามบริเวณต่างๆ อย่าปล่อยปละละเลย ควรสังเกตพฤติกรรมของตัวเองว่าอาการปวดเมื่อยที่เกิดขึ้นมาจากกิจกรรมใด และควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อรักษาอาการปวดให้หายขาด และป้องกันตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้ได้

เผยเคล็ดลับท่านอนที่ถูกต้องที่ช่วยให้หลับง่ายและหลับสนิทกว่าเคย

ท่านอนที่ถูกต้องส่งผลกับการดำรงชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด จากการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของใครหลายๆ คน ทั้งการงานและกิจการที่ทำอาจสะสมความเครียด ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า จนส่งผลต่อการนอน กลายเป็นปัญหาการนอนที่เริ้อรัง แต่รู้หรือไม่ว่า แค่เปลี่ยนท่านอนให้กลายเป็นท่านอนที่ถูกต้องก็จะช่วยให้การนอนของคุณไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

7 ท่านอนเพื่อการพักผ่อนที่เต็มอื่ม

1. ท่านอนหงาย

ท่านอนสุดคลาสสิคและดีที่สุดในการนอน ซึ่งการนอนหงายจะดีก็ต่อเมื่อเรามีหมอนจัดท่านอนที่ดี ที่ช่วยให้ระดับของศีรษะ ลำคอ และหลังอยู่ในแนวตรง ฉะนั้นควรใช้หมอนที่ไม่สูงมากเพื่อให้ตัวเรานอนเป็นแนวราบที่สุด

ท่านอนที่ถูกต้อง

2. นอนหงายมีหมอนเล็กรองคอ แก้ปวดหัว

หากตอนตื่นนอนแล้วรู้สึกปวดหัวทุกครั้ง ลองเพิ่มหมอนนอนหงายเล็กๆ อีกใบ มารองช่วงต้นคอดู เพราะจะช่วยทำให้คุณนอนหลับสนิทมากขึ้น และยังแก้ปัญหาการปวดหัวในตอนตื่นนอนอีกด้วย

3. นอนหงายโดยมีหมอนรองใต้เข่า

สำหรับท่านไหนที่มีแนวกระดูกสันหลังที่คดหรือผิดรูป การนอนท่าหงาย อาจเพิ่มอาการปวดหลังอีกด้วย เนื่องจากส่วนโค้งของแนวกระดูกถูก ที่ถูกกดทับจากน้ำหนักตัวตลอดทั้งคืน วิธีการแก้ง่ายนิดเดียวเพียงนำหมอนใบเล็กวางใต้เข่าขณะนอนหลับ จะช่วยให้แนวกระดูกสันหลังตรงขึ้น

ท่านอนที่ถูกต้อง

และสำหรับ สาวๆ ที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน และมีอาการปวดท้อง ลองหาหมอนใบเล็กๆ สักใบมารองช่วงใต้หัวเข่าเพื่อช่วยลดอาการปวดท้องของคุณ แม้ว่าการนอนหงายปกติจะเป็นท่านอนที่ถูกต้อง แต่ก็ทำให้กระดูกสันหลังจะอยู่ในลักษณะที่โค้งมากเกินไป อาจทำให้เรายิ่งปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น

4. นอนตะแคงขวา ช่วยย่อยอาหาร

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย แนะนำให้ลองนอนหนุนหมอนที่ช่วยให้หลับสนิทสักใบซึ่งมีหมอนข้างจัดท่านอนตะแคงขวาอย่างหมอน q Pillow ของ Komfy ที่เป็นหมอนมีหมอนข้างในตัว จะช่วยกระชับและหลับสบายยิ่งขึ้น เพราะการนอนท่านี้จะมีส่วนช่วยให้อาหารจากกระเพาะถูกย่อยได้อย่างดี แต่การนอนท่านี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องระบบหายใจนอนท่านี้นะ

ท่านอนที่ถูกต้อง

5. นอนตะแคงซ้าย แก้ปวดหลัง

หลังจากนอนตะแคงขวา เพื่อช่วยในระบบย่อยอาหารแล้ว ลองเปลี่ยนมานอนตะแคงซ้ายเพื่อลดอาการปวดหลังกันดูบ้าง เพียงแค่หาหมอนหนุนคอสักใบ พร้อมหมอนข้างที่ช่วยนอนตะแคงซ้ายขนาดกำลังดีอีกหนึ่งใบ เท่านี้คุณก็จะมีความสุขกับการนอนและตื่นมาอย่างสดใส โดยไม่ปวดหลังแล้ว และแน่นอนว่าหมอน q Pillow by Komfy ก็สามารถตอบโจทย์นี้เช่นกัน

ท่านอนที่ถูกต้อง

6. นอนตะแคงขวาและงอเข่า แก้ปวดไหล่

สำหรับใครที่มีอาการปวดไหล่เรื้อรัง แนะนำให้ลองเปลี่ยนท่านอนเป็นการนอนตะแคงทางขวา พร้อมงอเข่าขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมหมอนดีๆ และหมอนข้างสักหนึ่งใบ เท่านี้อาการปวดไหล่เรื้อรังของคุณก็ทุเลาลงแล้ว

ท่านอนที่ถูกต้อง

7. นอนขดตัว แก้นอนกรน

สำหรับคนที่มีปัญหานอนกรนหนักๆ แนะนำการนอนขดตัว เพราะท่านี้เป็นท่านอนที่ช่วยลดปัญหาการนอนกรนได้เป็นอย่างดี แต่อาจจะต้องหาหมอนจัดท่านอนที่มีประสิทธิภาพที่ดีสักนิด เพื่อช่วยรองรับลำคอและช่วยให้เราหายใจได้อย่างสะดวก

เมื่อได้รับรู้ถึง 7 ท่านอนที่ใช่แล้ว แล้วอย่าลืมหาหมอนที่ใช่มาจัดท่านอนที่ชอบดีๆสักใบ มาใช้เป็นตัวช่วยให้การนอนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าหมอนยี่ห้อไหนดี เราขอแนะนำ Komfy หมอนเพื่อสุขภาพ ที่มีทั้งหมอนนอนหงายเพื่อสุขภาพอย่าง Signature Krafted หรือ Signature Kool หรือจะเป็นหมอนตัว q หรือ q Pillow ที่สามารถนอนกอดจัดท่านอนตะแคงได้อย่างสบาย ก็ตอบโจทย์ได้ครบในที่เดียว

เพราะหมอนทุกใบไม่ใช่หมอนหลับสนิท วิธีเลือกหมอนเพื่อคนนอนไม่หลับ

เมื่อพูดถึงหมอนที่ช่วยให้หลับสนิท หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าหมอนใบไหนก็เหมือนๆกัน แต่เราขอบอกเลยว่าไม่จริง แล้วการนอนหลับสนิทมันดียังไงการนอนหลับสนิทถือเป็นการนอนหลับที่ได้คุณภาพ และทุกวันของเราควรจะได้นอนหลับจริงๆ 8 ชั่วโมงขึ้นไปอีกด้วย แต่นอกจากเวลานอนแล้ว การเลือกหมอนที่เหมาะสมยังช่วยลดปัญหานอนหลับยากอีกด้วย ต้องเลือกหมอนหลับสนิทแบบไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง? เรามีคำแนะนำมาให้ทุกคนแล้ว!

หมอนแบบไหนที่ดีต่อสุขภาพ?

ไม่ใช่แค่คุณจะหยิบหมอนอะไรมาหนุนก็สามารถนอนหลับได้ หลายๆ คนอาจคิดว่าแค่หมอนที่นุ่มสบายก็พอแล้ว แต่หมอนที่ดี ที่ทำให้หลับสนิทต้องเป็นหมอนถูกหลักกายภาพ ซึ่งเป็นหมอนที่ช่วยปรับสรีระท่านอนของเราให้ถูกต้องอีกด้วย เพราะเราใช้เวลานอนในแต่ละคืนนานถึง 6-8 ชั่วโมง ถ้าหมอนที่หนุนไม่สบายจะทำให้เกิดปัญหาปวดเมื่อยร่างกาย บริเวณต้นคอ บ่าไหล่หรือกลายเป็นโรคนอนไม่หลับติดต่อกันไปเลยก็มี

เพราะหมอนทั่วๆ ไปอาจไม่รองรับสรีระการนอนของผู้ที่มีปัญหานอนหลับยาก ปัจจุบันจึงมีการผลิตหมอนหลากหลายรูปแบบเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น

1. หมอนยางพารา กระจายแรงกดทับ

ด้วยคุณสมบัติรองรับ พร้อมโอบกระชับศีรษะในทุกท่วงท่าของการนอน อีกทั้งยังระบายอากาศได้ดี ทำให้หมอนยางพาราช่วยในการไหลเวียนโลหิต และทำให้ศีรษะเย็นสบายตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ ด้วยความที่วัสดุทำจากยางพารา ทำให้เวลานอนหนุนช่วยกระจายแรงกดทับได้ดี ไม่เกิดปัญหาปวดเมื่อยหลังการพักผ่อน

หมอนหลับสนิท

2. รองรับทุกสรีระระหว่างนอนด้วยหมอนน้ำ

เพราะน้ำช่วยรองรับทุกท่วงท่า และทุกสรีระในทุกการนอน หมอนชนิดนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพในประเภทกระดูก เช่น อยู่ในช่วงจัดกระดูก หรืออยู่ในช่วงกำลังทำกายภาพบำบัด

3. หมอนเจล ขจัดความร้อน พร้อมปรับอุณหภูมิให้คงที่

ด้วยมีเม็ดบีทส์เป็นส่วนประกอบ ช่วยขจัดความร้อน และปรับอุณหภูมิให้คงที่ขณะใช้ ทำให้หมอนเจลช่วยคลายอาการปวดหัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาไมเกรน

หมอนหลับสนิท

4. หมอนออกซิเจน นิยมใช้ทางการแพทย์

หมอนออกซิเจนเรียกได้ว่าเป็นหมอนเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง เพราะช่วยเพิ่มออกซิเจนให้ร่างกาย และไม่รบกวนการทำงานของทางเดินหายใจ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ แต่ต้องระมัดระวังในการใช้ เนื่องจากไม่ควรนำไปซัก แต่ควรปัดฝุ่น และผึ่งลมเป็นระยะๆ แทน

5. ตอบโจทย์ทุกปัญหาการนอนด้วยหมอนสุขภาพตามสรีระร่างกาย

หมอนสุขภาพตามสรีระร่างกายจะมีรูปทรงแตกต่างจากหมอนทั่วไป แต่ตอบโจทย์ผู้มีปัญหาการนอนต่างๆ เช่น หมอนสำหรับนอนตะแคง ที่จะช่วยโอบรับศีรษะ และคลายแรงกดทับบริเวณใบหู หรือหมอนนอนหงาย ที่ตอบโจทย์ผู้มีปัญหาด้านการนอน ไม่ว่าจะเป็นการปวดไมเกรน หรือปวดบริเวณต้นคอ หรือแม้กระทั่งหมอนปรับสรีระที่รองรับทุกท่วงท่าของการนอน โดย Komfy ได้จัดสรรผลิตภัณฑ์เพื่อการนอนในลักษณะแตกต่างกันมาเป็นเซ็ตให้คุณได้สลับใช้งานตามสภาพร่างกายในแต่ละวัน เป็นต้น

หมอนหลับสนิท

การเลือกหมอนนอนหลับสบายจึงต้องเลือกหมอนจัดท่านอนที่เข้าใจเรื่องร่างกาย สามารถรองรับสรีระของเราตอนนอนได้ เพราะบางครั้งเราอาจจะเกิดการนอนดิ้นทำให้คอ บ่า หลังของเราอยู่ในท่าที่กล้ามเนื้อไม่สบายตัว อาจจะส่งผลให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อในตอนตื่นขึ้นมาก็เป็นได้ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือเกิดไมเกรน ปวดหัวเรื้อรัง ซึ่งหลายๆ คนไม่คาดคิดว่าต่อยอดมาจากปัญหานอนหลับยาก จึงไม่ใช่เรื่องผิดหากจะกล่าวว่าการซื้อหมอนดีๆ หนึ่งใบเท่ากับเป็นการลงทุนในด้านสุขภาพในระยะยาวเลยทีเดียว

ฝังเข็มรักษาอาการนอนกับหมอนช่วยผ่อนคลาย วิธีง่ายๆสำหรับคนนอนยาก

ฝังเข็มรักษาอาการนอนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนไม่หลับ ซึ่งหลายท่านอาจพบเจอปัญหานี้มายาวนานกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ มากมายเช่น ปวดไมเกรน ปวดเมื่อยคอ และหลัง เป็นต้น ซึ่งอาการนอนไม่หลับสามารถรักษาได้ไม่ยากด้วยการฝังเข็มรักษาอาการนอน, ท่านอนที่ถูกต้อง หรือ การเลือกหมอนช่วยให้หลับสนิท

ฝังเข็มรักษาอาการนอน

การนอนเป็นเรื่องที่ใครหลายๆ คน ชอบมองข้ามไป คิดว่านอนหลับตาแล้ว เดี๋ยวก็หลับไปเอง แต่ความจริงแล้วการนอนในท่านอนที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการนอนไม่ได้ช่วยเพียงให้รู้สึกสดชื่นเท่านั้น ยังช่วยให้ร่างกายเราซ่อมแซมระบบต่างๆ และพักกล้ามเนื้อที่ใช้งานมาทั้งวันอีกด้วย ดังนั้นเราควรพักผ่อนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่หลายท่านกลับประสบปัญหานอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิท ซึ่งอาจจะเกิดได้จากความเครียดสะสม หรือการนั่งทำงานในท่าเดิมๆเป็นเวลานานจนกล้ามเนื้อยึดเกร็ง

การฝังเข็มช่วยบรรเทา หรือแก้ไขปัญหาการนอน เป็นทางเลือกที่เห็นผลในเวลาอันสั้นจริงหรือ?

การแก้ปัญหาที่เห็นผลอย่างชัดเจนที่สุดภายในเวลาอันสั้นก็คือการฝังเข็มโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการฝังเข็มลักษณะนี้ไม่ได้เป็นศาสตร์ใหม่แต่อย่างใด การฝังเข็มรักษาอาการนอนมีให้บริการมานานแล้ว เป็นการผสมผสานระหว่างการฝังเข็มแบบดั้งเดิม และใช้ความรู้สมัยใหม่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาของร่างกาย โดยจะฝังเข็มในบริเวณ ศีรษะ ช่วงขมับทั้งสองข้าง และต้นคอ

แนวคิดการนอนไม่หลับฝังเข็ม จะช่วยให้กล้ามเนื้อทั้งบ่าและคอของเราคลายตัวลง ในขณะที่สมองเราก็ถูกกระตุ้นให้ขับสารที่ไม่ดีเช่นกัน เพราะหลอดเลือดบริเวณศีรษะได้ขยายตัวขึ้นเพราะการฝังเข็มนั่นเอง

การฝังเข็มแก้ไขปัญหานอนไม่หลับอย่างไร?

เมื่อฝังเข็มตามจุด จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทให้หลั่งสารเอ็นโดฟินซึ่งมีฤทธิ์ผ่อนคลายประสาท ทำให้จิตใจสงบ รู้สึกผ่อนคลาย จนทำให้ผู้ป่วยที่มารักษา รู้สึกง่วงและเคลิ้มหลับไปขณะที่รักษาเลยทีเดียว และการฝังเข็มยังช่วยปรับการทำงานของเซลล์ประสาท ทำให้คลื่นไฟฟ้าสมองมีจังหวะสม่ำเสมอ มีความถี่ใกล้เคียงกับคลื่นไฟฟ้าในสมองระหว่างที่ร่างกายนอนหลับ แถมยังช่วยปรับการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย และสามารถพักผ่อนได้เต็มที่ กล่าวคือการฝังเข็มรักษาอาการนอนไม่หลับเป็นการปรับระบบประสาทให้กลับไปทำงานอย่างสมดุล และสามารถรักษาได้ทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว

ฝังเข็มรักษาอาการนอน

ป้องกัน และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อผลลัพธ์ระยะยาว

ถึงแม้ว่าเราจะมีการรักษาแบบฝังเข็ม เพื่อช่วยแก้ปัญหาในการนอนหลับได้ แต่อาการนอนหลับไม่สนิทก็อาจกลับมาได้ หากเราใช้เครื่องนอนที่ไม่เหมาะสม ซึ่งวิธีง่ายๆในการแก้ปัญหาเรื่องการนอนหลับไม่สนิทนั้นแก้ได้ด้วยการเลือกหมอนและเครื่องนอนที่ตอบโจทย์กับสรีระร่างกายและท่านอน นอกจากจะช่วยให้หลับสนิทแล้ว ยังช่วยลดอาการปวด ต่างๆจากการนอนอีกด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่ได้ผลในระยะยาว เพราะเราใช้เวลา 1 ส่วน 3 ของวันไปกับการนอนตามที่ได้กล่าวไว้แต่แรก นั่นหมายความว่าช่วงศีรษะของเราจะหนุนหมอนนานเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมงโดยประมาณเลยทีเดียว โดยปัจจุบันเรามีหมอนให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งสำหรับผู้ที่ชอบนอนหงาย หรือสำหรับผู้ที่ชอบนอนตะแคง ซึ่งท่านอนตะแคงเป็นท่านอนที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลัง และยังเป็นท่านอนที่เหมาะสมสำหรับคนท้อง ซึ่งช่วยให้นอนหลับสบายโดยไม่รู้สึกอึดอัดตลอดทั้งคืน

รวมถึงการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการนอน ให้อยู่ในท่านอนที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลัง เพราะไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายของเรา เช่น ด้านความจำ สติปัญญา ฮอร์โมน และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ยังกระทบต่อการสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับต่อกรกับโรคร้ายอีกด้วย เราจึงควรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการนอนให้ถูกต้องตามสรีรศาสตร์เพื่อที่สุขภาพของเราจะได้แข็งแรง Komfy จึงได้ออกไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อจัดท่านอน และช่วยปรับวิธีการนอนให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของแต่ละบุคคล เพื่อป้องกันปัญหาการนอนที่ต้นเหตุ ไม่ให้เรื้อรังจนถึงกับต้องรักษาต่อไปในอนาคต สามารถเข้าไปชมหมอนที่ถูกสุขลักษณะได้ในหน้า Product หรือสินค้าของเว็บไซต์ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทาง Line @komfy

7 เทคนิคสร้างบรรยากาศห้องนอนให้หลับดีพร้อมหมอนที่หลับสบายที่สุด

หมอนที่หลับสบายที่สุด ต้องมาคู่กับห้องนอนอันแสนอบอุ่น หลาย ๆ คนคงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าห้องนอนคงเป็นพื้นที่เดียวสำหรับการพักผ่อน คนทั่วไปจะใช้เวลากับห้องนอนมากกว่า 8 ชั่วโมง ถือได้ว่าเป็นห้องที่เราใช้เวลาอาศัยอยู่มากที่สุดห้องหนึ่งในบ้าน ดังนั้น ห้องนอนที่ดีควรจะเต็มไปด้วยแต่สิ่งที่ช่วยทำให้เราเกิดความสบาย เห็นแล้วรู้สึกดีอยากใช้เวลาตรงนี้นาน เพราะเมื่อเรากลับจากการทำงานมาเหนื่อย ๆ แล้วเข้าห้องนอนที่เต็มไปด้วยความมืดมน ความอึดอัด ก็คงทำให้ค่ำคืนการนอนคืนนั้นเป็นคืนที่ไม่ดีอีกคืน ดังนั้น วันนี้เราจึงมาแนะนำกับ

7 เทคนิคที่จะช่วยสร้างบรรยากาศห้องนอนให้หลับฝันดีคู่กับหมอนที่หลับสบายที่สุดใบโปรดของคุณ

เทคนิคที่ 1 การเลือกสีในการตกแต่งห้องนอนเพื่อให้มีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

สีที่ใช้ในการตกแต่งห้องให้มีบรรยากาศผ่อนคลาย ควรเป็นสีที่ดูแล้วสบายตา ไม่มืดมน โดยโทนสีที่เราแนะนำจะประกอบไปด้วย

  • โทนสีฟ้า ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย จะทำให้นอนหลับสบายส่งผลทางด้านอารมณ์ให้มีความสุข เบิกบาน สดชื่น
  • โทนสีเขียว ให้ความรู้สึกเหมือนพักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
  • โทนสีเหลือง สีโทนสว่างให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าได้ดีในตอนที่คุณตื่นนอน
  • โทนสีเทา ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและความรู้สึกสบาย อีกทั้งสีเทาสามารถทำให้ห้องนอนคุณดูเป็นห้องนอนสไตล์ผู้ใหญ่ได้อีกด้วย
  • โทนสีน้ำตาล จะทำให้ห้องนอนดูสงบ อบอุ่น
  • โทนสีชมพู จะช่วยเพิ่มบรรยากาศความหวานในห้องนอนมากขึ้น
  • โทนสีม่วง ให้ความรู้สึกถึงความหรูหรา มาพร้อมกับความน่าค้นหามากยิ่งขึ้น
  • โทนสีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกหนักแน่น จริงใจ หากอยากใช้โทนสีนี้ แนะนำให้ใช้เป็นสีรองจะได้ไม่ทำให้ห้องนอนดูทึบจนเกินไป
หมอนที่หลับสบายที่สุด

เทคนิคที่ 2 แสงสว่างภายในห้องนอน

การจะทำให้ห้องนอนมีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย น่านอน ไม่ควรทำให้ห้องนอนดูมืดมน เพราะบรรยากาศแบบนี้จะทำให้อารมณ์ที่อยากพักผ่อนด้วยความรู้สึกดีจะหายไปทันที ห้องมืด ๆ ทึม ๆ สร้างความรู้สึกกดดัน เครียด ส่งผลในแง่ของจิตใจ เราควรจะทำให้ห้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ห้องน่านอน หรือหากใครอยากตื่นเช้ามามีความแต่สดใส ควรเปิดผ้าม่านไว้ เพื่อให้แสงสอดส่องเข้ามาในห้องนอนบ้างเล็กน้อย

หมอนที่หลับสบายที่สุด

เทคนิคที่ 3 การตกแต่งห้องนอนด้วยของชิ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ

หากใครไหนมีความชื่นชอบในตัวการ์ตูน ศิลปิน ไอดอล หรือเป็นนักสะสมของเล็ก ๆ น้อย ๆ ของจุกจิก สามารถนำมาตกแต่งให้ห้องนอนของคุณกลายเป็นห้องที่น่านอนขึ้นได้ เพื่อทำให้ห้องนั้นมีบรรยากาศสบาย ๆ ผ่อนคลายสำหรับคุณมากขึ้น

เทคนิคที่ 4 สร้างบรรยากาศด้วยเสียงคลอเบา ๆ

เรื่องเสียง นับถือว่าจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญอีกจุดหนึ่งสำหรับการสร้างบรรยากาศห้องนอน เพราะจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มีการออกมายืนยันแล้วว่า การใช้คลื่นเสียงบางชนิดจะช่วยทำให้เรานอนหลับได้ดีและสนิท หากมีการสร้างบรรยากาศห้องด้วยเสียงธรรมชาติ จะยิ่งทำให้เราหลับสบายยิ่งขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยห้องนอนมีบรรยากาศที่น่านอนเพิ่มขึ้น

หมอนที่หลับสบายที่สุด

เทคนิคที่ 5 เติมเต็มห้องนอนด้วยกลิ่นหอมรัญจวน

กลิ่นนับว่าเป็นอีกเรื่องที่หลาย ๆ คนไม่ควรมองข้าม เพราะกลิ่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างบรรยากาศในห้องที่ช่วยให้นอนหลับฝันดีได้ การเข้ามาในห้องนอนแล้วได้สูดดมกลิ่นที่เราชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ กลิ่นสมุนไพร ก็ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ทันที การสร้างกลิ่นให้ห้องนอนสามารถทำได้หลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น การใช้เทียนหอม การใช้ชุดก้านไม้หอมปรับอากาศ การปรุงแต่งกลิ่นขึ้นมาเอง เป็นต้น

เทคนิคที่ 6 สร้างบรรยากาศห้องนอนเพิ่มด้วยความสะดวกสบายกับเทคโนโลยี

สร้างความสะดวกสบายให้ห้องนอนตัวเองกับ Smart Home ระบบอัจฉริยะ ที่สามารถรับคำสั่งและตอบคำถามได้ทันที จะดีแค่ไหนหากเรามีห้องนอนที่เราสามารถสั่งการด้วยเสียงได้ง่าย ๆ หรือใช้ระบบสัมผัสแค่ปลายนิ้วบนโทรศัพท์ ไม่ว่าจะทำอะไร ยกตัวอย่างเช่น เปิด-ปิดไฟห้องนอน เปิดเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเองตามเวลาเปิด-ปิดที่เราสั่ง การเพิ่มความสะดวกสบายตรงนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี เพราะเราไม่จำเป็นต้องเดินไปกดอะไรให้เมื่อยมือเลย

หมอนที่หลับสบายที่สุด

เทคนิคที่ 7 สัมผัสความนุ่มสบายของหมอนและที่นอนคู่ใจ

อีกสิ่งหนึ่งที่เราจะขาดไปไม่ได้เลยคือ การสัมผัสกับที่นอนและหมอนลดความเมื่อยล้าคู่ใจ ที่เราหาซื้อกันจากร้านขายที่นอนในไทย จะช่วยให้การนอนหลับนั้นสบายยิ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว หลายคนที่มีอาการปวดเมื่อยตามคอตามไหล่ก็พยายามมองหาหมอนแก้ปวดคอ บ่า ไหล่เฉพาะ เพื่อที่จะช่วยให้ตัวเองมีการนอนที่ดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้วหมอนที่ดี ที่ช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ควรเป็นหมอนที่ไม่นุ่มและไม่แข็งเกินไป เป็นหมอนสูงพอดีกับร่างกายเรา จะดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าเป็นหมอนที่สามารถเป็นได้ทั้งที่นั่งและที่นอนอย่าง Kool Komfort Kalm หมอนหนุนหลัง พิงสบาย ที่รองรับตั้งแต่ช่วงแขนไปถึงการโอบหลัง เป็นหมอนที่สามารถใช้กับคนที่นั่งทำงานหรือ นำไปใช้หนุนนอนเพื่อลดอาการปวดต่าง ๆ ได้ แถมยังช่วยปรับท่านอนให้เป็นไปตามสรีระ เมื่อใช้หมอนแล้ว ท่านอนบางท่าเป็นท่านอนแก้ปวดไหล่ ปวดหลังได้อีก แน่นอนว่าห้องนอนที่ดีสำหรับบางคน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้องที่มีไว้สำหรับนอน แต่อาจมีไว้สำหรับทั้งนั่งทำงาน หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย การมีหมอนสักใบที่หนุนนอนก็ได้พิงหลังก็ดีเป็นสิ่งที่ควรมีไว้ติดห้อง

วิธีการเลือกที่นอนคุณภาพดีสมราคา นอนสบายไม่ปวดหลัง

ที่นอนแบบไหนดีต่อสุขภาพ และยังเป็นที่นอนคุณภาพดีสมราคา สิ่งที่ต้องใส่ใจหรือพิจารณาคือที่นอนที่คุณกำลังจะเลือกซื้อนั้นผลิตจากวัสดุอะไร แล้วจะรู้เลยว่าทำไมถึงมีราคาสูง เพราะอะไรถึงถูก เพราะที่เราเห็น ๆ กันอยู่ตามร้านขายที่นอนในไทย มีที่นอนราคาตั้งแต่หลักพันจนไปถึงหลักแสน ความคุ้มค่าแบบไหนที่เราจำเป็นต้องยอมจ่ายในราคาแพงเพื่อให้ได้ที่นอนมาเพียงการพักผ่อนในแต่ละวัน การสร้างความรู้สึกการนอนที่แตกต่างกันตามบุคคลไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แต่ Komfy มอบประสบการณ์นอนผ่านที่นอนคุณภาพดีสมราคา เพราะที่นอน Komfy ทุกรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกับการใช้งานของแต่ละบุคคลเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการนอนที่แตกต่างกัน แน่นอนว่ามีที่นอนที่ดี มีคุณภาพแล้ว ก็ควรจะมีหมอนคู่ใจ หมอนที่ช่วยให้หลับสนิท เพื่อเพิ่มการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

สาเหตุที่ที่นอนมีราคาแพง เป็นเพราะที่นอนมีการผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี สมมติว่าที่นอนที่คุณซื้อไปมีราคาแพง สูงถึงหลักหมื่น เมื่อเปรียบเทียบกับราคาต่อการใช้งานต่อวันแล้ว ถือว่าค่อนข้างต่ำมาก ในขณะเดียวกันที่นอนราคาถูก มักถูกผลิตมากจากวัสดุคุณภาพที่ไม่ดี ไม่มีคุณภาพมากนัก อาจมีการผสมสิ่งอื่นลงไปเพิ่มเติม ส่งผลให้ลดอายุการใช้การลงไปอีกเท่าตัว หากว่าคุณซื้อที่นอนที่ดี มีคุณภาพ ในราคาที่สูงหน่อย เพื่อแลกกับการหลับเต็มประสิทธิภาพบนที่นอนไม่ปวดหลังเมื่อเฉลี่ยราคาต่อวันออกมาเปรียบเทียบกับที่นอนราคาถูกกว่าที่อาจพาให้คุณไปซ่อมหลังกับคุณหมอได้ในอนาคต คุณอาจจะได้ความคุ้มค่าทั้งด้านตัวเงินที่ถูกกว่าและการพักผ่อนที่ดีกว่า ดังนั้นสิ่งสำคัญในเลือกซื้อที่นอนควรเลือกที่นอนที่ดีมากคุณภาพโดยดูที่ “วัสดุ” ในการผลิตที่นอนเป็นหลัก

ที่นอนคุณภาพดีสมราคา

ความแตกต่างของประเภทที่นอน

ประเภทที่นอนนั้น จริง ๆ แบ่งออกได้หลายแบบหลายประเภท โดยวัสดุที่นำมาทำที่นอนนั้นจะมีทั้งจากวัสดุธรรมชาติ วัสดุสังเคราะห์และวัสดุแบบผสม โดยสามารถแบ่งออกได้ 5 ประเภท ดังนี้

1. ที่นอนยางพารา (Latex Mattress)

คือที่นอนที่นำแผ่นยางพารามาทำเป็นที่นอน คุณสมบัติของที่นอนประเภทนี้จะมีความยืดหยุ่น และแรงต้านสูง ไม่ยุบตัว มีความคงทนนาน สามารถปรับตามสรีระร่างกายของคนได้ดี ช่วยบรรเทาอาการปวด เรียกได้ว่าเป็นที่นอนอันดับต้น ๆ ที่คนมองว่าเป็นที่นอนไม่ปวดหลัง ที่นอนประเภทนี้จะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมากและราคาสูงกว่าที่นอนชนิดอื่น ที่นอนยางพาราจะแบ่งออกได้อีก 2 รูปแบบ คือที่นอนยางพาราแท้ กับที่นอนยางพาราแบบอัดแน่น

2. ที่นอนนุ่น (Kapok Mattress)

เป็นที่นอนที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติโดยตัวใส้ในของที่นอนจะทำมาจากต้นนุ่น เป็นเส้นใยที่เหมาะกับการเอาไปทำที่นอนและหมอนต่าง ๆ เพราะนุ่นมีน้ำหนักค่อนข้างเบา ให้ความรู้สึกเย็น ช่วยระบายอากาศและมีราคาค่อนข้างถูก แต่ในอีกด้านหนึ่งของนุ่น คือ นุ่นมีระยะการใช้งานที่ไม่ยาวนาน เสียรูปทรงได้ง่าย หากมีการใช้งานไปนาน ๆ แล้วเกิดยุบตัวอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลังได้

ที่นอนคุณภาพดีสมราคา

3. ที่นอนใยมะพร้าว (Coconut Fiber Mattress)

ผลิตจากเส้นใยมะพร้าวที่แปรรูปให้เป็นแผ่นแล้วนำไปเข้ากระบวนการต่าง ๆ จนกลายออกมาเป็นที่นอน ที่นอนประเภทนี้จะมีลักษณะที่ค่อนข้างแข็ง มีความยืดหยุ่นน้อย แต่มีน้ำหนักมาก สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่สะสมความชื้น คงสภาพได้ดีในระดับหนึ่ง ที่นอนที่ทำมาจากวัสดุใยมะพร้าวจะมีราคาถูกกว่า เหมาะกับคนที่ชอบนอนที่นอนแข็ง ส่วนข้อเสียหากที่นอนประเภทนี้เสื่อมสภาพแล้วจะเกิดอาการเปื่อย ทำให้เกิดขุย ซึ่งผลส่งต่อระบบทางเดินหายใจได้

4. ที่นอนสปริง (Spring Mattress)

จัดอยู่ในกลุ่มที่ประเภทที่นอนที่มีการผสมระหว่างวัสดุธรรมชาติ วัสดุสังเคราะห์ และเทคโนโลยีที่ช่วยรองรับและกระจายน้ำหนักเข้าไว้ด้วยกัน จึงทำให้ที่นอนประเภทนี้เป็นเป็นที่นอนยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งมีคุณสมบัติในด้านความยืดหยุ่นและการคืนตัวที่ดี มีน้ำหนักเบากว่าที่นอนประเภทอื่น มีโครงสปริงที่อยู่ภายใน ซึ่งจะทำให้มีความหนามากกว่าที่นอนประเภทอื่น ปัจจุบันที่นอนสปริงถูกแบ่งออกได้อีก 3 แบบ ดังนี้

  • ที่นอนบอนแนลล์สปริง (Bonnell Spring Matress) เป็นสปริงแบบดั้งเดิม รูปทรงนาฬิกาทราย จุดด้อยของสปริงตัวนี้คือการยึดสปริงแต่ละลูกเข้าไปในที่นอนทั้งหลังได้ไม่แน่นเท่าที่ควร จึงทำให้ขดลวดสปริงล้มง่าย มีโอกาสก่อให้เกิดการเสียดสีกันระหว่างสปริง ทำให้เกิดเสียงดัง
  • ที่นอนออฟฟเซตสปริง (Offset Spring Mattress) สปริงประเภทนี้ถูกพัฒนามาจากบอนแนลล์สปริง จะมีความแข็งแรงกว่า เพราะหัวสปริงมีขอบสีเหลี่ยมทำให้นึกกับสปริงได้แข็งแรง และไม่เกิดการเสียดสีของสปริง แต่จุดด้อย คือจะมีความแข็งกระด้าน ไม่ยืนหยุ่นทำให้เวลานอนอาจะส่งผลรบกวนกับคนที่นอนด้วย
  • ที่นอนพ็กเก็ตสปริง (Pocket Spring Mattress) เป็นสปริงที่ถูกอยู่ในถุงผ้าเป็นลูก ๆ ติด ๆ กัน ทำให้สปริงแต่ละลูกสามารถยืดหกได้อย่างอิสระ จะไม่มีปัญหาเวลานอน มีความยืดหยุ่น แถมรับรองน้ำหนักได้ดี แถมมีอายุการใช้งานสูงอีกด้วย
ที่นอนคุณภาพดีสมราคา

5. ที่นอนฟองน้ำ (Sponge Mattress)

คือที่นอนที่ทำมาจากการบีบอัดฟองน้ำชิ้นเล็ก ๆ เข้าด้วยกันตามกระบวนการเคมี แล้วนำมาขึ้นรูปทรงต่าง ๆ จนได้กลายเป็นที่นอน โดยส่วนมากที่นอนประเภทนี้มักจะนำไปผสมกับวัสดุธรรมประเภทอื่น ๆ เพื่อทำให้ที่นอนมีความแข็งมากขึ้น และสามารถรองรับการนอนได้ จุดเด่นของที่นอนประเภทนี้จะเป็นที่นอนนุ่ม น้ำหนักเบา ส่วนอายุการใช้งานก็ขึ้นกับเกรดของฟองน้ำแต่ละแบบ จุดด้อยของที่นอนประเภทนี้คือ หากใช้ฟองน้ำที่ไม่มีคุณภาพอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ มีการระบายที่ไม่ดี ทำให้เกิดกลิ่นอับได้ง่าย และมีความหนาแน่นน้อย เกิดการยุบตัวได้ง่าย

การจะนอนที่นอนดี ๆ สักหลังที่เหมาะกับตัวเอง อันดับแรกควรรู้ก่อนว่าที่นอนแข็งหรือนุ่มดี หรือที่นอนแน่นๆดีที่เหมาะกับสภาพร่างกายและรู้จักประเภทเบื้องต้นของที่นอนแต่ละแบบว่าแตกต่างกันอย่างไร เหมือนกับที่นอน Komfy แต่ละรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกับการใช้งานของแต่ละบุคคล เพื่อสร้างความรู้สึกในการนอนที่แตกต่างกัน จุดเด่นของที่นอนที่ผลิตจาก คอมฟี่ คือมีโครงสร้างพิเศษและระบบฐานรองรับน้ำหนักภายใต้คอนเซปต์ Support & Komfort Layer ประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ ถึง 3 ชั้น Kloud Posture Latex ที่ช่วยรองรับเวลาปรับเปลี่ยนท่านอน ชั้น Signatory Pocket Spring สปริงแยกอิสระช่วยสลายแรงกดทับพร้อมรองรับสรีระทุกส่วนและชั้น Komfort Balance Foam ชั้นเลเยอร์โฟมพิเศษ ช่วยให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทสะดวก รองรับน้ำหนักอย่างสมดุลอีกด้วย