ไม่ต้องเป็นเกาต์ก็ปวดเข่าได้

หลายคนมีความเข้าใจว่าอาการปวดเข่าหรือการงอเข่าแล้วปวด คืออาการของโรคเกาต์ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่เสมอไป อาการปวดเข่าโดยเฉพาะในเวลากลางคืนอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นได้เช่นกัน ซึ่งสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัยขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมเพิ่มเติม

อาการปวดเข่าตอนกลางคืนคือการที่ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยกว่าตอนกลางวัน เนื่องจากในตอนกลางวันมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้เกิดการหล่อลื่นและยืดหยุ่นของข้อเข่า อีกทั้งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisal) อันเป็นฮอร์โมนที่เข้ามาช่วยบรรเทาอาการอักเสบบริเวณหัวเข่าจะลดปริมาณการผลิตลงในเวลากลางคืน

สาเหตุของอาการปวดเข่า

1.โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)
สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย มีสาเหตุมาจากกระดูกอ่อนบริเวณเข่าเสื่อมตามวัย อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อาการจากโรครูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นต้น

2.อาการปวดเข่าบริเวณกระดูกสะบ้า (Patellofemaral Pain Syndrome)
เป็นอาการปวดบริเวณด้านหน้าของกระดูกข้อเข่าที่เชื่อมต่อกับกระดูกต้นขา พบมากในกลุ่มนักวิ่ง นักกระโดด หรือผู้ที่ออกกำลังกายแล้วเกิดการกระแทกบริเวณหัวเข่าอย่างหนัก 

3.ถุงน้ำหล่อลื่นบริเวณข้อต่ออักเสบ (Bursitis)
เป็นถุงของเหลวหล่อลื่นที่ช่วยลดการเสียดสีและกระแทกบริเวณ ไหล่ สะโพก และเข่า เกิดจากการที่เรามีพฤติกรรมอยู่ในท่ากดทับเป็นเวลานาน เช่น การสควอช การคุกเข่านาน ๆ เป็นต้น

4.เอ็นข้อพับเข่าอักเสบ (Patellar Tendinitis)
มักพบในผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เกิดจากการใช้เข่าด้วยท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน หรือได้รับแรงกระแทกบริเวณหัวเข่าอย่างเฉียบพลัน ทำให้เกิดอาการเจ็บเข่าด้านใน หรือกลุ่มผู้สูงอายุก็พบอาการของโรคได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน เนื่องจากข้อเข่าเสื่อมสภาพลง ขาดความยืดหยุ่นนั้นเอง

5.น้ำหนักตัวที่มากขึ้น
เข่าคืออวัยวะในร่างกายที่ทำงานหนักกว่าอวัยวะอื่นๆ 4-5 เท่า เนื่องจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันเราเกิดการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ดังนั้นน้ำหนักตัวที่มากขึ้นจึงส่งผลต่อการทำงานของเข่าที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะต้องรองรับน้ำหนักจากร่างกายขณะทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง นั่ง หรือยืนนาน ๆ ล้วนส่งผลกระทบให้กับเข่าโดยตรง

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยตนเอง

หากอาการเข่าบวมและปวดเข่าตอนกลางคืนไม่รุนแรงมาก เราสามารถรักษาอาการนั้นด้วยตนเองได้เบื้องต้น เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นอันดับแรก การควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป เพื่อช่วยลดการทำงานของข้อเข่า หลีกเลี่ยงการนั่งในท่าที่กดทับเป็นเวลานาน เช่น นั่งยอง ๆ นั่งสมาธิ หรือการยืนบนรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ส่งแรงกระแทกไปสู่เข่า เช่น การกระโดด วิ่ง ปีนเขา เป็นการออกกำลังกายที่เกิดแรงกระแทกต่ำ ได้แก่ การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ 

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแล้ว การแก้ปัญหาโดยมีอุปกรณ์เสริมเข้ามาเกี่ยวข้องก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการเข่าบวมและปวดเข่าได้เช่นกัน ทั้งยังสามารถทำได้ง่ายอีกด้วย เช่น

1.การประคบร้อนและเย็น
การประคบนั้นมีทั้งร้อนและเย็น โดยการประคบร้อนจะช่วยบรรเทาอาการปวดหรืออักเสบเรื้อรังและอาการตึงบริเวณข้อ ส่วนการประคบเย็นจะช่วยแก้อาการบาดเจ็บแบบเฉียบพลัน

2.การนอนโดยใช้หมอนรองบริเวณขา
วิธีแก้ปัญหาด้วยการนำหมอนเข้ามารองขาเวลานอนเป็นวิธีการที่ง่ายและช่วยให้คุณภาพการนอนของเราดีขึ้น โดยท่าทางการนอนแบ่งออกเป็นท่านอนหงายและท่านอนตะแคง ซึ่งการนำหมอนเข้ามาช่วยก็มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันดังนี้

  • ท่านอนหงาย ให้เรานอนราบไปกับที่นอนแล้วงอขาขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นใช้หมอนรองขาไปรองไว้บริเวณใต้ข้อพับเข่า ซึ่งการนอนในท่านี้จะช่วยให้กระดูกสันหลังและเอวของเราราบลง ทำให้หลังไม่แอ่น หลังไม่เกร็ง กล้ามเนื้อรอบขาจะผ่อนคลายตามไปด้วย
  • ท่านอนตะแคง ให้เรานอนตะแคงแล้วนำหมอนรองขาวางราบขนานไปกับลำตัวแล้วใช้ขาข้างที่อยู่ด้านบนพาดทับหมอนรองขาไว้ โดยการนอนในท่านี้จะช่วยให้กระดูกส่วนเอวไม่บิด และตัวกระดูกสันหลังอยู่ในมุมที่ดีไม่บิดหมุนจนเกินไป

หมอนที่ใช้ควรมีลักษณะยังไง

สำหรับวิธีเลือกหมอนที่เหมาะสมกับการใช้งานนั้น ควรคำนึงถึงสรีระผู้ใช้งานเป็นหลัก หมอนที่ใช้จะต้องไม่แข็งและนุ่มมากจนเกินไป หากหมอนแข็งไปเวลาหนุนไปที่ข้อพับจะทำให้เกิดอาการเบียดที่เส้นเลือดและเส้นประสาทอันเป็นสาเหตุของภาวะเหน็บชาได้ หากหมอนที่ใช่นุ่มไปอาจส่งผลต่อความสูงและองศาในการใช้งาน ซึ่งไม่ช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าที่เกิดขึ้น อีกทั้งต้องแน่ใจว่าหมอนที่ใช้จะไม่กลิ้งหนีไปยามเราขยับตัว 

ดังเช่นหมอน Komfy Kradle Underkicks ที่มีลักษณะเป็นครึ่งวงกลมซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานสำหรับรองขาโดยเฉพาะ หรือจะเป็นหมอน Kool Komfort Kradle ที่ออกแบบมาในรูปของตัว W ช่วยล็อคขาทั้งสองข้างให้อยู่ในสรีระที่ถูกต้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ผ่านการผ่าตัดหัวเข่าหรือสะโพก เนื่องจากตัวหมอนจะช่วยล็อคท่านอนบริเวณขาล่างและหัวเข่า บรรเทาอาการเข่าบวม เท้าบวม ตลอดจนช่วยบรรเทาอาการตะคริว เกร็งที่ขาด้วยการปรับสมดุลท่านอนให้หลับสบายตลอดทั้งคืน

อีกทั้งเทคโนโลยีเส้นใย Komfy Downy ที่นำการผสมผสานของเส้นใยหลากหลายขนาดและมีรูปร่างคล้ายหลอดที่มีความละเอียดของเส้นใยมากกว่าหมอนทั่วไปถึง 15 เท่ามารวมกัน จึงช่วยระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสะอาด ปลอดภัย ไม่ทำร้ายผิว เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ ผนึกเข้ากับผ้าหุ้ม K2 Kool ที่ให้สัมผัสนุ่มลื่น เย็นสบาย ด้วยเทคโนโลยีจากอิตาลี พร้อมบริการพิเศษปรับใยฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้งจนกว่าคุณจะพบกับความนุ่มแน่นที่คุณพอใจ 

และนี่คือหมอน Komfy Kradle Underkicks และ Kool Komfort Kradle  หมอนรองขาที่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการนอน ให้ทุกคำคืนของคุณเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการพักผ่อน